เมื่อเกิดกับตัวเอง ฉันจึงเข้าใจ
บ่ายวันหนึ่งผมเปิด Smart Phone พบมีคน Line เข้ามา ซึ่งเป็นคนที่ไม่เคย Line คุยกันมาก่อน “อาจารย์คะ หนูมีเรื่องปรึกษาค่ะ หลานตั้งท้อง…แต่เรายังไม่พร้อม คือ หนูเคยเป็นลูกศิษย์อาจารย์ค่ะ” ผมตอบไปว่ายินดี พร้อมกับถามถึงอายุครรภ์ ทางปลายทางตอบมาว่า 12 สัปดาห์ ผมจึงแนะนำให้พาหลานมาพบผมที่โรงพยาบาล… สองวั...

บ่ายวันหนึ่งผมเปิด Smart Phone พบมีคน Line เข้ามา ซึ่งเป็นคนที่ไม่เคย Line คุยกันมาก่อน
“อาจารย์คะ หนูมีเรื่องปรึกษาค่ะ หลานตั้งท้อง…แต่เรายังไม่พร้อม คือ หนูเคยเป็นลูกศิษย์อาจารย์ค่ะ” ผมตอบไปว่ายินดี พร้อมกับถามถึงอายุครรภ์ ทางปลายทางตอบมาว่า 12 สัปดาห์ ผมจึงแนะนำให้พาหลานมาพบผมที่โรงพยาบาล…
สองวันต่อมา พยาบาลที่ไลน์มาหา ก็มาพบที่คลินิกเพื่อนวัยรุ่น โดยทั่วไปตามขั้นตอนของคลินิก เมื่อมีผู้ประสบปัญหาท้องไม่พร้อมต้องได้รับการปรึกษาทางเลือกก่อน หากเลือกยุติการตั้งครรภ์ พยาบาลก็จะดูข้อบ่งชี้ยุติการตั้งครรภ์ และประเมินสุขภาพจิต หลังจากนั้นก็ส่งพบแพทย์ เพื่อพิจารณาเซ็นต์ชื่อเห็นควรให้ยุติการตั้งครรภ์
จากการได้พบกัน พยาบาลท่านนั้นได้แนะนำตัวเองว่า เป็นป้าของผู้ที่มาปรึกษาท้องไม่พร้อมซึ่งเป็นหลานสาว เธอเป็นหัวหน้าพยาบาลของโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งในอีกจังหวัดที่ไกลจากที่นี่กว่า 300 กิโลเมตร การดั้นด้นมาหาผมในครั้งนี้ เพราะหลานสาวของเธอที่อายุ 23 ปี ได้ท้องกับคนขับรถที่ทำงานอยู่กับกิจการค้าขายครอบครัวเธอ ผู้ชายคนนี้ได้หลอกลวงหลานของเธอว่า จะรักและรับผิดชอบท้องที่เกิดขึ้นทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงานกัน แต่หัวหน้าพยาบาลได้รู้ความจริงว่าเขามีเมียอยู่แล้ว โดยผู้หญิงได้มาบอกและแสดงตัวว่าเป็นภรรยาเขา แต่ผู้ชายพยายามตีจากเธอเพื่อจะมาอยู่กับหลานสาวของหัวหน้าพยาบาลโดยหวังจะได้ทรัพย์สินเงินทองจากหลานสาว หัวหน้าพยาบาลได้เล่าเรื่องผู้ชายคนนี้และเมียของเขาให้หลานสาวฟัง ผลก็คือหลานสาวไม่เชื่อ ซ้ำยังบอกว่าผู้ชายรักเธอย่างแท้จริง และยังแย้งว่าผู้หญิงคนนั้นคงหวังยึดแฟนเธอไว้ แต่ฝ่ายชายก็คงไม่รักและเลิกกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว เรื่องราวดูจะสลับซับซ้อน
หัวหน้าพยาบาลเล่าว่า “หนูเลี้ยงหลานคนนี้มาตั้งแต่ตัวเล็กๆ ดูแลมาตลอด รักเขามาก สอนทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องการคบผู้ชาย ไม่น่าพลาดที่มาท้อง ซ้ำยังมองคนผิดพลาด ถูกเขาหลอกลวงและยังไม่เชื่อป้าอีก น่าเสียใจช้ำใจจริงๆ” สีหน้าของหัวหน้าพยาบาลเครียดแสดงออกถึงความผิดหวังและอัดอั้นใจ
เธอเล่าต่อว่า “เรื่องท้องของหลานสาวคนนี้ทางครอบครัวเราได้พูดคุยกันรวมทั้งหลานสาวด้วย ตกลงว่าไม่สามารถให้ท้องต่อไปได้ ก่อนมาพบกับอาจารย์ได้บอกเขาเรื่องข้อดีข้อเสีย อนาคตความจำเป็น และได้พูดกับผู้ชายคนนั้นด้วยจึงตกลงกันว่าจะไม่ท้องต่อ ตอนแรกหลานเขาทำใจไม่ค่อยได้ คิดอยู่นานแต่สุดท้ายหลานก็ยอมที่จะยุติการตั้งครรภ์ และร้องไห้อยู่ตลอดเวลาต้องคอยปลอบใจจนป้าเองก็เหนื่อยใจ” และพยาบาลผู้นั้นได้ร้องขอว่า “อาจารย์คะ หนูอยากให้ทางเจ้าหน้าที่อย่าตอกย้ำเรื่องว่าทำไมต้องทำแท้ง และไม่อยากให้หลานเห็นสิ่งที่แท้งออกมาแล้ว เขาคงจะสะเทือนใจมากและรับไม่ได้ เพราะเขายังไม่เข้มแข็งเพียงพอ หนูขอร้องนะคะ…”
หลังจากที่หมอรับปากรับคำ และจะให้การดูแลเป็นอย่างดี พยาบาลท่านนั้นจึงได้เปิดใจว่า
“คุณหมอคะ สิ่งที่หนูได้ประสบกับตัวเองจากการที่หลานท้อง..ทำให้หนูนึกถึงการปฏิบัติในการดูแลคนไข้ที่มาหาเรา.. ซึ่งหนูจะไม่เชื่อเรื่องราวที่เขาบอกและมักจะโทษว่าเป็นความผิดของการไม่รู้จักป้องกันและคุมกำเนิด โดยมักจะขอให้เธอเหล่านั้นท้องต่อและยอมเลี้ยงลูก…”
“แต่เมื่อเรื่องราวแบบนี้ได้เกิดขึ้นกับตัวหนูเอง ทำให้เข้าใจคนที่ท้องไม่พร้อมนะคะ ว่าการที่เขาจะบอกเล่าเรื่องราว และ ขอร้องแพทย์พยาบาลที่จะยุติการตั้งครรภ์ว่ามันมีความจำเป็นมากเพียงใด หนูเริ่มเข้าใจความยากลำบากที่ผู้หญิงไม่สามารถท้องต่อได้นั่นมันเป็นสิ่งที่ยากจริงๆ ที่จะสาธยายเอ่ยอ้างสิ่งต่างๆ มาประกอบ เพื่อให้หมอพยาบาลเชื่อ เห็นใจ เข้าใจ และยอมช่วยยุติการตั้งครรภ์...
พยาบาลท่านนั้น ได้ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า “จากนี้ไปหนูจะไปจัดระบบบริการปรึกษาเรื่องท้องไม่พร้อมในโรงพยาบาลที่ดูแลอยู่ ว่าจะปรึกษาผู้อำนวยการโรงพยาบาล เรามีพยาบาลอยู่ 16 คน จะได้ช่วยๆ กัน เพื่อให้คนไข้ได้รับการปรึกษาอย่างเป็นมิตรค่ะ” ผมรับรู้และเข้าใจคำพูดต่างๆ ที่พรั่งพรูระบายออกมา
สิ่งที่เกิดขึ้นคือเธอในชีวิตจริงนั้น… ได้เปลี่ยนแปลงทัศนคติเรื่องท้องไม่พร้อม จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองแล้ว..
ด้วยรักและห่วงใยนพ.เรืองกิตติ์ ศิริกาญจนกูล
บทความที่เกี่ยวข้อง
แสดงความคิดเห็น
กำลังโหลดความคิดเห็น...
ต้องการปรึกษาเรื่องท้องไม่พร้อม?
ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาและส่งต่อคุณไปยังบริการสุขภาพที่ปลอดภัย