เสียงผู้หญิงอยู่ตรงไหน? กับการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย
ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จในการวางแผนครอบครัวและอนามัยการเจริญพันธุ์ มีเทคโนโลยีเพื่อยุติการตั้งครรภ์พัฒนาก้าวหน้ามากขึ้น มีเครื่องมือ ตัวยาใหม่ๆ ที่ใช้ง่าย ปลอดภัย ราคาถูก และมีประสิทธิภาพสูง แต่ข้อมูลจากการสำรวจสถานการณ์การทำแท้งในประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงท้องไม่พร้อมยังคงเข้าไม่ถ...
ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จในการวางแผนครอบครัวและอนามัยการเจริญพันธุ์ มีเทคโนโลยีเพื่อยุติการตั้งครรภ์พัฒนาก้าวหน้ามากขึ้น มีเครื่องมือ ตัวยาใหม่ๆ ที่ใช้ง่าย ปลอดภัย ราคาถูก และมีประสิทธิภาพสูง แต่ข้อมูลจากการสำรวจสถานการณ์การทำแท้งในประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงท้องไม่พร้อมยังคงเข้าไม่ถึงบริการทำแท้งที่ปลอดภัย และอันตรายจากการทำแท้งที่ไม่ได้มาตรฐานนับเป็นปัญหาสาธารณสุขอันดับต้นๆ มีผู้หญิงที่ป่วยด้วยภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้งผิดกฎหมายเข้ารักษาตัวตามสถานพยาบาลของรัฐทั่วประเทศหลายหมื่นคนต่อปี
สังคมไทยควรมีมุมมองต่อผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมในเชิงเข้าใจมากกว่าการประณาม เพราะทำให้ผู้หญิงต้องเผชิญปัญหาอย่างหลบซ่อน ขาดข้อมูลและเข้าไม่ถึงบริการ จึงนำไปสู่การทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย ติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง ทำให้อัตราการเสียชีวิตของผู้ทำแท้งสูง
ร่างกายผู้หญิงเป็นพื้นที่ต่อสู้รองรับอุดมการณ์หลายอย่าง ทั้งอุดมการณ์เรื่องเพศ การมีเพศสัมพันธ์ในวัยอันควร ในการแต่งงาน ชาย-หญิง อุดมการณ์นิยมให้ชายเป็นใหญ่ ยอมรับอิทธิพลผู้ชายในการกำหนดชีวิตทางสังคม อุดมการณ์ครอบครัวสมบูรณ์ เน้นการเกิด/มีลูก ครบทั้งพ่อ-แม่-ลูก โดยไม่เห็นว่าความตั้งใจหรือความพร้อมที่จะท้องหรือไม่ของผู้หญิงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการตัดสินใจ อุดมการณ์เรื่องสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ เป็นโอกาสและความหวังที่จะให้ผู้หญิงมีสิทธิตัดสินใจเลือกชีวิตทางเพศ และกำหนดอนามัยเจริญพันธุ์ตัวเอง การเกิดจากการท้องที่ตั้งใจต้องให้ผู้หญิงมีส่วนตัดสินใจเลือกเอง
ปัญหาการทำแท้งเถื่อนและชี้ว่าการท้องไม่พร้อมยังคงเป็นปัญหาของสังคมไทย ที่ยังขาดการดำเนินการป้องกันและแก้ไขอย่างเป็นระบบรอบด้านและยั่งยืน การบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยจึงเป็นหัวข้อที่โต้แย้งถกประเด็นแตกต่างหลากหลายกันไม่รู้จบ
การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ : ในการประชุมเครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม ครั้งที่ 36 เมื่อต้นปี 2558 ซึ่งจัดโดยเครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งมีรายงานถึงความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนเชิงนโยบายเกี่ยวกับทางเลือกของผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม นโยบายและมาตรการของ สปสช. ต่อการสนับสนุนการคุมกำเนิดในผู้หญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี และแนวทางการขยายบริการให้ครอบคลุมผู้หญิงอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป
นพ.กฤช ลี่ทองอิน ผู้อำนวยการแผนงานสนับสนุนระบบบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค สปสช. ให้ข้อมูลว่าในแผนงานสนับสนุนระบบบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค สปสช. มีคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคดูแลและให้ความสนใจประเด็นการตั้งครรภ์วัยรุ่นหรือการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ซึ่งเป็นโปรแกรมหนึ่งที่บริหารระดับประเทศ โดยใช้บทบาทของ สปสช. ที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการการตั้งครรภ์วัยรุ่น โดยมีงบประมาณและได้เสนอเป็นกรอบการป้องกันและควบคุมการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ มีระยะเวลา 3 ปี (2558-2560)
โดยเริ่มต้นในกลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ปีก่อน เนื่องจากเงินระดับประเทศมีอยู่ประมาณ 200 ล้านบาท และทำหลายเรื่อง แต่คาดว่าเมื่อมีข้อมูลเข้ามาและประเมินสถานการณ์แล้ว กลางปี 2558 น่าจะขยายไปสู่สตรีที่อายุ 20 ปีขึ้นไป โดยมีกรอบการทำงาน 4 ด้านคือ
- สนับสนุนการจัดให้มีบริการ โดยให้หน่วยบริการให้บริการฝังยาคุมกำเนิด หรือว่าห่วงอนามัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ทุกสิทธิที่คลอดแล้ว หรือแท้ง หรือสมัครใจ และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการให้บริการ/ยาและเวชภัณฑ์ในการป้องกันและควบคุมการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ซึ่งกำลังผลักดันยาสำหรับทำแท้ง (Medical Abortion)เข้าสู่ระบบบัญชียาหลักแห่งชาติและสนับสนุนให้ สปสช. เขตมีเครือข่ายบริการป้องกันการยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่ปลอดภัยในระดับเขต ทั้งนี้ยังไม่ได้จ่ายให้ในส่วนของการทำแท้ง เว้นแต่เป็นกรณีทารกในครรภ์ผิดปกติ เป็นทาลัสซีเมียชนิดรุนแรง จะจ่ายพิเศษให้กับหน่วยบริการ 3,000 บาท สำหรับการยุติการตั้งครรภ์
- การพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการใส่ห่วง/ฝังยาคุมกำเนิดและให้คำปรึกษา เป็นเงินพัฒนาระบบอยู่ที่ระดับประเทศประมาณ 60 ล้านบาท จ่ายให้กับกรมอนามัย
- สนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน/หน่วยงานที่ไม่แสวงหากำไร เป็นข้อเสนอของอนุฯ ของภาคีว่าการที่จะจัดการเรื่องการตั้งครรภ์วัยรุ่นให้หวังผลได้ ควรจะต้องสนับสนุนสถานบริการภาคเอกชนร่วมด้วย ซึ่งตอนนี้สนับสนุนสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย
- การติดตามประเมินผล สรุปภาพรวมการทำงานตามกรอบข้างต้นในช่วง 4-5 เดือนของปีงบประมาณ 2557 ทั้งหมดทั่วประเทศ 1,973 ราย เป็นยาฝัง 1,664 กว่าราย ใส่ห่วง 309 ราย
ที่มา : https://www.posttoday.com/life/life/396388
แสดงความคิดเห็น
กำลังโหลดความคิดเห็น...
ต้องการปรึกษาเรื่องท้องไม่พร้อม?
ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาและส่งต่อคุณไปยังบริการสุขภาพที่ปลอดภัย




