ทวงคืนสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้ครอบคลุมคนไทยทุกคน (1)
ภาคีทวงคืนสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ประกอบด้วยองค์กร กลุ่ม และเครือข่ายที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค สุขภาวะของเด็ก เยาวชน ผู้หญิง ผู้มีความหลากหลายทางเพศ แรงงานไทย รัฐวิสาหกิจ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี พนักงานบริการ องค์กรด้านแรงงาน และผู้ให้บริการสุขภาพ รวม 130 องค์กร เราตระหนักว่าการที่ป...

ภาคีทวงคืนสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ประกอบด้วยองค์กร กลุ่ม และเครือข่ายที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค สุขภาวะของเด็ก เยาวชน ผู้หญิง ผู้มีความหลากหลายทางเพศ แรงงานไทย รัฐวิสาหกิจ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี พนักงานบริการ องค์กรด้านแรงงาน และผู้ให้บริการสุขภาพ รวม 130 องค์กร เราตระหนักว่าการที่ประชาชนไทยจะมีสุขภาพที่ดีนั้น รัฐพึงจัดบริการสุขภาพทั้ง 4 ด้าน คือ 1) สร้างเสริมสุขภาพ 2) ป้องกันโรค 3) รักษาพยาบาล และ 4) ฟื้นฟูสุขภาพ ให้ครอบคลุมประชาชนทั้ง 66.3 ล้านคนอย่างถ้วนหน้าโดยไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งนี้ สิทธิสุขภาพของผู้ที่ไม่ใช่สิทธิบัตรทอง คือ สิทธิประกันสังคม สิทธิข้าราชการ รัฐสาหกิจ ท้องถิ่น และอื่น ๆ จำนวนประมาณ 20 ล้านคน ครอบคลุมเฉพาะด้านรักษาพยาบาลเท่านั้น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จึงได้อาศัยมติคณะรัฐมนตรีในแต่ละปี เพื่อจัดสรรงบประมาณด้านสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และการฟื้นฟูสุขภาพที่ขาดหายไปในสิทธิสุขภาพอื่น ๆ ให้ครอบคลุมคนไทยถ้วนหน้า
จากการที่ สปสช. โดยคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ ได้เห็นชอบเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2565 ต่อข้อเสนอหลักเกณฑ์และการดำเนินงานการบริการจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประจำปีงบประมาณ 2566 ที่เกี่ยวข้องกับ 1) บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 2) การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี 3) บริการสาธารณสุขสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนและ 4) บริการสาธารณสุขร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งสิทธิดังกล่าวคุ้มครองคนไทยมานานกว่า 20 ปี แต่ทว่าในปีงบประมาณ 2566 ที่ปรึกษากฎหมายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ทักท้วงว่า สปสช. ไม่ควรมีอำนาจในการดูแลสิทธิอื่นนอกเหนือจากกลุ่มบัตรทอง ส่งผลให้บริการดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะคนไทยผู้มีสิทธิบัตรทอง 47 ล้านคนเท่านั้น ส่วนผู้มีสิทธิสุขภาพนอกบัตรทอง ซึ่งครอบคลุม ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างส่วนราชการ พนักงาน-ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์กรอิสระ พนักงานองค์กรมหาชน พนักงานกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา รวมทั้งภาคเอกชนที่อยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 และ 39 เช่น พนักงานบริษัทเอกชน โรงงาน ร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และอื่น ๆ ที่เดิมเคยได้รับบริการสร้างเสริมป้องกันโรค 4 ด้านนี้ ได้รับผลกระทบต่อการเข้าถึงบริการสร้างเสริมป้องกันโรค
ภาคีทวงคืนสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ในนามของผู้ได้รับผลกระทบจากการเสียสิทธิสุขภาพ เห็นว่าการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เป็น "สิทธิสุขภาพ" ที่ประชาชนได้มาจากเงินภาษีของทุกคน นอกเหนือไปจากสิทธิการรักษาพยาบาล จึงเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องจัดสรรให้ประชาชนทุกคนโดยไม่แบ่งแยก และหากการส่งเสริมสุขภาพและกลไกการควบคุมป้องกันโรคไม่สามารถเข้าถึงประชาชนไทยได้ทั่วถึงเท่าเทียม ประเทศไทยอาจเข้าสู่วงจรปัญหาสุขภาพที่รุนแรงในอนาคตอันใกล้ได้
ภาคีทวงคืนสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความความเข้าใจและทวงคืนสิทธิสุขภาพฯ ในวันที่ 9 มีนาคม 2566 โดยจัดกิจกรรมเป็นสองส่วน คือ เสวนาวิชาการและแถลงข่าวในภาคเข้า ณ ห้อง 709 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หลังจากนั้น จะยื่นจดหมายเปิดผนึกฯ ให้กับเลขาธิการ สปสช. และจะเดินทางไป ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ยื่นจดหมายเรียกร้องการคืนสิทธิฯ ให้ครอบคลุมคนไทยทุกคน
กำหนดการเสวนาวิชาการแถลงข่าวและยื่นจดหมายเปิดผนึกเรื่อง “คืนสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้คนไทยทุกคน” วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม 2566 เวลา 09.00-16.00 น. ณ ห้องประชุม 709 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และที่ทำการพรรคภูมิใจไทยจัดโดย ภาคีทวงคืนสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้คนไทยทุกคน ร่วมกับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
09.30 น. – 09.45 น. กล่าวเปิดการประชุม ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
09.45 น. – 11.30 น.เสวนาวิชาการ เรื่อง “คืนสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้คนไทยทุกคน” ดำเนินรายการเสวนา โดย รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
1. สิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและสภาพปัญหาในปีงบประมาณ 2566 โดย คุณนิมิตร์ เทียนอุดม กรรมการในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
2. ผลกระทบจากการตัดสิทธิสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคในกลุ่มนอกบัตรทอง โดย คุณทัศนัย ขันตยากรณ์ ตัวแทนเครือข่ายท้องไม่พร้อมฯ และเครือข่ายอาสา RSA
3. ผู้เสียสิทธิสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคคิดอย่างไร ? โดย คุณอภันตรี เจริญศักดิ์ รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
4. แนวทางการแก้ไขปัญหาให้คนไทยเข้าถึงสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดย เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือผู้แทน
11.30 – 12.30 น. แถลงข่าว “คืนสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้คนไทยทุกคน” โดย คณะผู้แทนภาคีทวงคืนสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้คนไทยทุกคน
13.30 – 14.00 น. คณะผู้แทนภาคีฯ ยื่นจดหมายเปิดผนึกฯ ให้กับเลขาธิการ สปสช. ณ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
15.00 – 16.00 น. คณะผู้แทนภาคีทวงคืนสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้คนไทยทุกคน ยื่นจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องการคืนสิทธิฯ ให้ครอบคลุมคนไทยทุกคน ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย
ถ่ายทอดสดกิจกรรมตลอดวัน ไปยังเฟซบุ๊กเพจ เครือข่ายท้องไม่พร้อม และ RSATHAI
แสดงความคิดเห็น
กำลังโหลดความคิดเห็น...
ต้องการปรึกษาเรื่องท้องไม่พร้อม?
ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาและส่งต่อคุณไปยังบริการสุขภาพที่ปลอดภัย




