จากการที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตัดสินว่า สปสช. ไม่มี...

จากการที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตัดสินว่า สปสช. ไม่มี...

จากการที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตัดสินว่า สปสช. ไม่มีอำนาจในการดูแลสิทธิอื่นนอกเหนือจากกลุ่มบัตรทอง ส่งผลให้บริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคครอบคลุมเฉพาะคนไทยผู้มีสิทธิบัตรทอง 47 ล้านคนเท่านั้น ส่วนผู้มีสิทธิสุขภาพนอกบัตรทองกว่า 20 ล้านคน ได้รับผลกระทบ จากเดิมที่เคยได้รับไ...

อ่าน 1 นาที
จากการที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตัดสินว่า สปสช. ไม่มี...
จากการที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตัดสินว่า สปสช. ไม่มีอำนาจในการดูแลสิทธิอื่นนอกเหนือจากกลุ่มบัตรทอง ส่งผลให้บริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคครอบคลุมเฉพาะคนไทยผู้มีสิทธิบัตรทอง 47 ล้านคนเท่านั้น ส่วนผู้มีสิทธิสุขภาพนอกบัตรทองกว่า 20 ล้านคน ได้รับผลกระทบ จากเดิมที่เคยได้รับได้สิทธิบริการสร้างเสริมป้องกันโรคจากงบประมาณ สปสช. มานานกว่า 20 ปี ซึ่งงบประมาณที่ไม่สามารถจ่ายออกได้นี้เป็นจำนวนรวม 9,291 ล้านบาท . ภาคีทวงคืนสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ประกอบด้วยองค์กร กลุ่ม และเครือข่ายที่ทำงานด้านต่างๆ รวม 130 แห่ง ในนามของผู้ได้รับผลกระทบจากการเสียสิทธิสุขภาพ เห็นว่า หากประชาชนไทยเข้าไม่ถึงบริการส่งเสริมสุขภาพและกลไกการควบคุมป้องกันโรคทำได้ไม่ทั่วถึงเท่าเทียมนี้เกิดขึ้นต่อไป ประเทศไทยอาจเข้าสู่วงจรปัญหาสุขภาพที่รุนแรงในอนาคตอันใกล้ได้ จึงขอเรียกร้องต่อบุคคล กลุ่มบุคคล และหน่วยงาน ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ . 1. ขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกุล ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เร่งลงนามในประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพเพื่อคืนสิทธิและแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้นในขณะนี้โดยทันที ก่อนการยุบสภาที่จะเกิดขึ้น . 2. ขอให้กระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดจัดทำพระราชกฤษฎีกาคืนสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคคืนสิทธิให้ทุกคนในประเทศ เพื่อนำไปสู่การพิจารณาให้แล้วเสร็จในสมัยของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ . 3. ขอให้กระทรวงสาธารณสุข และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีมาตรการที่ชัดเจนในการชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคที่หน่วยบริการสุขภาพภาครัฐและเอกชน ได้สำรองจ่ายไปก่อนแล้วจำนวนรวมหลายล้านบาทในปีงบประมาณ 2566 และทางออกในปีงบประมาณ 2567 หากไม่สามารถดำเนินการในข้อ 1 และ 2 ได้ก่อนยุบสภา . 4. ขอให้พรรคการเมืองทุกพรรค มีนโยบายที่ชัดเจนเพื่อรับประกันว่า ประชาชนไทยทุกคนจะได้รับสิทธิสุขภาพครอบคลุมการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค รักษาพยาบาล และฟื้นฟูสุขภาพอย่างทั่วถึงเท่าเทียม . ดูรายละเอียดในจดหมายเปิดผนึกของภาคึทวงคืนสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค : https://bit.ly/3F9sFxc รายนามภาคีทวงคืนสิทธิสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค : https://bit.ly/3Jr1LTS อ่านทั้งหมด : https://rsathai.org/contents/23032/ เสวนาวิชาการ และแถลงข่าว : “คืนสิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้คนไทยทุกคน” วันที่ 9 มีนาคม 25656 ณ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ #สร้างเสริมสุขภาพ #สปสช


ที่มา :Facebook Fanpage - Rsathai

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นจะถูกตรวจสอบก่อนแสดง

กำลังโหลดความคิดเห็น...

ต้องการปรึกษาเรื่องท้องไม่พร้อม?

ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาและส่งต่อคุณไปยังบริการสุขภาพที่ปลอดภัย